Shikabe
HOME MOVIES SERIES FEED
รีวิวซีรีส์ รีวิว

สตาร์เทรค: ดิสคัฟเวอรี่ – เมื่อการเดินทางสู่อนาคตเริ่มต้นที่จุดบกพร่องของมนุษย์

รีวิว Star Trek: Discovery ซีรีส์ไซไฟที่กล้าทลายกรอบเดิมๆ ของแฟรนไชส์ ด้วยตัวละครหลักที่ผิดหวังในตัวเองและสงครามที่ไร้ความถูกต้องสมบูรณ์แบบ

A
13 ก.ค. 2026 · 4 นาทีอ่าน
👁 4
สตาร์เทรค: ดิสคัฟเวอรี่
สตาร์เทรค: ดิสคัฟเวอรี่
Star Trek: Discovery
📅 2017 📺 5 ซีซัน · 65 ตอน 🎬 บู๊, ผจญภัย, หนังชีวิต, จิตนิมิตแนววิทยาศาสตร์
7.0
/ 10
คะแนนจาก TMDB

ในจักรวาลของ Star Trek ที่เต็มไปด้วยอุดมคติแห่งการสำรวจและสันติภาพ Star Trek: Discovery กลับเลือกเดินในเส้นทางที่มืดมนและซับซ้อนกว่าเดิม ซีรีส์เรื่องนี้ไม่เพียงนำเสนอการผจญภัยข้ามดวงดาว แต่ยังเจาะลึกถึงบาดแผลภายในของตัวละครที่เต็มไปด้วยความผิดพลาดและความเสียใจ ตั้งแต่ซีซันแรกที่เปิดฉากด้วยสงครามระหว่างสหพันธ์และคลิงออน ไปจนถึงซีซันสุดท้ายที่พาเราข้ามภพเวลา Discovery พิสูจน์ให้เห็นว่าการก้าวไปข้างหน้าบางครั้งก็ต้องเริ่มจากการยอมรับจุดอ่อนของตัวเอง

เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)

Star Trek: Discovery เล่าเรื่องราวของ Michael Burnham (รับบทโดย Sonequa Martin-Green) เจ้าหน้าที่สตาร์ฟลีตที่กลายเป็นชนวนของสงครามครั้งใหญ่ระหว่างสหพันธ์และจักรวรรดิคลิงออน หลังจากเหตุการณ์ที่นำไปสู่การสูญเสียครั้งใหญ่ เธอถูกเกณฑ์ไปประจำบนยาน USS Discovery ซึ่งเป็นยานทดลองที่มีเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยสปอร์ (Spore Drive) อันล้ำล้ำ ระหว่างทาง เธอและลูกเรือต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งจากศัตรูภายนอกและความขัดแย้งภายใน ขณะเดียวกันก็ค้นพบความลับที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าของกาแล็กซีไปตลอดกาล

งานการแสดงและตัวละคร

Sonequa Martin-Green ถ่ายทอดความเปราะบางและความเด็ดเดี่ยวของ Michael Burnham ได้อย่างทรงพลัง ทำให้ผู้ชมคล้อยตามการเดินทางของตัวละครที่เริ่มต้นจากจุดต่ำสุด แม้บางครั้งบทจะให้เธอตัดสินใจที่ดูขัดกับเหตุผล แต่การแสดงของเธอก็สามารถทำให้เรายังคงเชื่อมโยงกับตัวละครได้ Doug Jones ในบท Saru เผ่าพันธุ์ Kelpien ที่มีความสามารถพิเศษในการรับรู้ถึงอันตราย สร้างสีสันและความลึกซึ้งให้กับทีม ขณะที่ Mary Wiseman ในบท Sylvia Tilly ก็เป็นตัวละครที่ให้ความรู้สึกสดใสและเป็นมนุษย์ที่สุดในเรื่อง Anthony Rapp และ Wilson Cruz ในบทคู่รัก Paul Stamets และ Dr. Hugh Culber ก็เพิ่มมิติความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและซับซ้อนให้กับซีรีส์

งานกำกับ ภาพ และดนตรี

งานภาพของ Star Trek: Discovery โดดเด่นด้วยการใช้โทนสีที่เข้มและคอนทราสต์สูง สร้างบรรยากาศที่ทั้งอลังการและน่ากดดัน การออกแบบยานและเทคโนโลยีมีความทันสมัยในแบบที่ยังคงกลิ่นอายของ Star Trek ดั้งเดิมไว้ได้ ดนตรีประกอบ โดย Jeff Russo และเพื่อนร่วมงานช่วยเสริมอารมณ์ของซีรีส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในฉากแอ็กชันและฉากดราม่าที่ต้องการความตึงเครียดสูง อย่างไรก็ตาม บางครั้งการลำดับภาพในซีซันแรกอาจรู้สึกกระโดดไปมา จนทำให้ผู้ชมตามไม่ทัน

บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการมองว่า Star Trek: Discovery เป็นซีรีส์ที่กล้าท้าทายแฟนพันธุ์แท้ของแฟรนไชส์ ด้วยการนำเสนอธีมที่เข้มข้นเกี่ยวกับการให้อภัย การเติบโตจากความผิดพลาด และการตั้งคำถามต่ออุดมคติของสตาร์ฟลีต แทนที่จะเป็นยูโทเปียที่สมบูรณ์แบบ ซีรีส์กลับแสดงให้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์และสังคม แม้บางช่วงของเรื่องจะรู้สึกลากหรือมีพล็อตที่ซับซ้อนเกินจำเป็น แต่การพัฒนาตัวละครและความกล้าที่จะพาเรื่องราวไปในทิศทางที่ไม่คาดคิดก็ทำให้ Discovery มีคุณค่าในฐานะผลงานที่กล้าแตกต่าง จุดแข็งอีกอย่างคือการให้ความสำคัญกับความหลากหลายทั้งในแง่เชื้อชาติ เพศ และอัตลักษณ์ทางเพศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นในทีมนักแสดงและเนื้อเรื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สรุป

Star Trek: Discovery เป็นซีรีส์ที่เหมาะสำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบไซไฟที่มีเนื้อหาเข้มข้นและตัวละครซับซ้อน ไม่กลัวที่จะเห็นฮีโร่ที่มีข้อบกพร่อง หากคุณพร้อมที่จะเปิดใจรับการตีความใหม่ของจักรวาลสตาร์เทรค นี่คือการเดินทางที่คุ้มค่าแก่การร่วมทาง

ภาพจากหนัง

สตาร์เทรค: ดิสคัฟเวอรี่
สตาร์เทรค: ดิสคัฟเวอรี่
สตาร์เทรค: ดิสคัฟเวอรี่
สตาร์เทรค: ดิสคัฟเวอรี่

👍 จุดเด่น

  • +การแสดงนำที่ทรงพลัง โดยเฉพาะ Sonequa Martin-Green และ Doug Jones
  • +เนื้อเรื่องกล้าพาแฟรนไชส์ไปในทิศทางที่ไม่คาดคิดและซับซ้อน
  • +งานภาพและดนตรีประกอบที่สร้างบรรยากาลได้ดี

👎 จุดด้อย

  • เนื้อหาบางช่วงยืดเยื้อหรือซับซ้อนเกินจำเป็น
  • การลำดับภาพและตัดต่อในซีซันแรกอาจทำให้ผู้ชมสับสน

นักแสดงนำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ไม่จำเป็น เพราะซีรีส์มีเนื้อเรื่องของตัวเอง แม้จะอยู่ในจักรวาลเดียวกับ Star Trek ดั้งเดิม แต่ก็สามารถรับชมได้โดยไม่ต้องมีความรู้มาก่อน

ทั้งหมด 5 ซีซัน 65 ตอน จบแล้ว

ปัจจุบันสามารถรับชมได้ทาง Paramount+ และในไทยอาจมีให้บริการผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งบางแห่ง

มีความเชื่อมโยงเล็กน้อย โดยเฉพาะกับ Star Trek: The Original Series และ Star Trek: Enterprise แต่สามารถดูแบบ standalone ได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเข็มเย็บผ้ากลายเป็นอาวุธ: รีวิว The Outfit (2022) หนังอาชญากรรมสุดเข้มข้นที่ซ่อนตัวตนในร้านตัดสูท
รีวิว

เมื่อเข็มเย็บผ้ากลายเป็นอาวุธ: รีวิว The Outfit (2022) หนังอาชญากรรมสุดเข้มข้นที่ซ่อนตัวตนในร้านตัดสูท

รีวิว The Outfit (2022) หรือ สูทเจ้าพ่อ หนังอาชญากรรมระทึกขวัญที่พาเราย้อนไปสู่ชิคาโกยุค 1950 เมื่อร้านตัดสูทของช่างตัดเสื้อชาวอังกฤษกลายเป็นสมรภูมิชิงอำนาจของมาเฟีย

Admin· 21 ก.ค. 2026 ·4 นาที
เรกกูล่าร์ โชว์: เมื่อการอู้งานกลายเป็นภารกิจพิชิตจักรวาลที่คุณไม่ควรพลาด
รีวิว

เรกกูล่าร์ โชว์: เมื่อการอู้งานกลายเป็นภารกิจพิชิตจักรวาลที่คุณไม่ควรพลาด

พาคุณดำดิ่งสู่โลกสุดป่วนของมอร์เดอไคและริกบี้ คู่หูอู้งานที่เปลี่ยนการดูแลสวนให้เป็นการผจญภัยเหนือจินตนาการ การ์ตูนที่ทั้งฮาทั้งซึ้งในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร

Admin· 21 ก.ค. 2026 ·4 นาที
3 หนังเด็ดหลากอารมณ์ที่คุณต้องไม่พลาดในปีนี้
รีวิว

3 หนังเด็ดหลากอารมณ์ที่คุณต้องไม่พลาดในปีนี้

คัดสรร 3 หนังคุณภาพจากหลากแนว ทั้งดราม่าเข้มข้น บู๊มันส์ และสยองขวัญลุ้นระทึก รับรองว่าไม่ผิดหวัง

Admin· 21 ก.ค. 2026 ·3 นาที
เปิดตำราสาวน้อยนักตรรกะ! รีวิว ‘Hina Logic – from Luck & Logic’ อนิเมะสายแฟนตาซีที่อบอุ่นเกินต้าน
รีวิว

เปิดตำราสาวน้อยนักตรรกะ! รีวิว ‘Hina Logic – from Luck & Logic’ อนิเมะสายแฟนตาซีที่อบอุ่นเกินต้าน

พบกับเรื่องราวของเจ้าหญิงน้อยผู้ใฝ่ฝันจะเป็นนักตรรกะ กับชีวิตในโรงเรียนที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ เสียงหัวเราะ และการผจญภัยสุดป่วน ในซีรีส์อนิเมะที่ผสมผสานความแฟนตาซีและคอมเมดี้ได้อย่างลงตัว

Admin· 21 ก.ค. 2026 ·4 นาที